ผบ.ตร.ระบุมีหญิงไทยเอี่ยวคดีฆ่าหั่นศพ หนุ่มสเปน-เร่งหาหลักฐานออก ชุดสืบสวนเชิญสอบปากคำหมายจับ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอนาร์ด อายุ 40 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนนำชิ้นส่วนศพไปโยนทิ้งกระจัดกระจายในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างติดตามตัวชายต้องสงสัยชื่อ นายอาตูร์ เซกราร่า ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน
ต่อมาเวลา 17.20 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับที่มีรายงานข่าวเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสเปนได้นำหมายจับนายอาตูร์ โดยประสานผ่าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน เพื่อให้ติดตามตัวดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารนั้น เบื้องต้นยังไม่รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่ทางการไทยได้ประสานขอประวัติกับทางสถานทูตสเปน ทั้งนายเดวิด และ นายอาตูร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงและเหตุจูงใจในการฆาตกรรม อย่างไรก็ตามขระนี้มีผู้ต้องสงสัย 2 คน คือนายอาตูร์ และหญิงไทยอีก 1 คน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการออกหมายจับนายอาตูร์ได้เมื่อไหร่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า “ต้องรอหารือกับทีมสืบสวนสอบสวนก่อน วันนี้(5 ก.พ.)ผมยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากติดภารกิจ แต่มีทีมงานเป็นผู้ดำเนินการอยู่”
ชุดสืบสวนเชิญสาวไทยสอบปากคำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจชุดคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพชายชาวสเปน ได้เชิญ น.ส.ปราณี หญิงชาวไทยซึ่งทำงานกลางคืน ที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเดินอยู่กับ นายอาร์ตูร์ เซกราร่า (mr.Artur Princep Segarra) ชาวสเปน ผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และชายรูปร่างใหญ่ลักษณะคล้ายชาวต่างชาติอีกคน ที่ย่านสุขุมวิทซอย 4 มาสอบสวนแล้วตั้งแต่ช่วงค่ำคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้หญิงคนนี้ยอมรับว่ารู้จักกับนายอาร์ตูร์ เพราะเป็นเพื่อนกับ น.ส.ปริศนา วัย 21 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวชาวไทยของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถติดต่อ น.ส.ปริศนา ได้ โดยต้องการแจ้งให้ทราบว่ามารดาที่ จ.สุรินทร์ ป่วยหนัก
น.ส.ปราณี ให้การกับตำรวจด้วยว่า น.ส.ปริศนา เคยพักอาศัยที่ห้องเลขที่ 168 ชั้น 7 ตึกบี คอนโดมิเนี่ยมพีวี ย่าน ถ.พระราม 9 ชุดสืบสวนจึงไปตรวจสอบที่คอนโดมิเนี่ยมแห่งนี้ พบว่า น.ส.ปริศนา และนายอาร์ตูร์ ย้ายออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา มีรถกระบะอีซูซุ สีดำเข้ามาคนของออกจากห้องที่ น.ส.ปริศนา และนายอาร์ตูร์ เคยพัก ตำรวจจึงติดตามผู้ครอบครองรถกระบะคันนี้ พบว่าเป็นรถรับจ้างขนของอยู่ในย่านคอนโดมิเนี่ยมพีวี จึงได้สอบถามข้อมูลทราบว่า ได้รับว่าจากจาก น.ส.ปริศนา ให้ขนของไปส่งที่บ้านหลังหนึ่งในซอยรามคำแหง 174 ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่ามีข้าวของสัมภาระของทั้งสองคนอยู่จริงแต่ไม่พบตัว ซึ่งสอบถามผู้ดูแลบ้านทราบว่า ทั้งสองได้ออกไปโดยใช้รถกระบะสีบรอนด์เงิน ยังไม่กลับเข้ามา
ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ โดยพบว่าเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมาไปทำธุรกรรมทางการเงินโดยการตรวจสอบยอดเงินที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาอโศก- ดินแดง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีการโอนเงินจากบัญชีผู้ตายเข้ามายังบัญชีของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ส่วนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายอาร์ตูร์ ไปทำธุรกรรมทางการเงินที่เคาร์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย สาขาวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และยังพบภาพขณะนายอาร์ตูร์ขับรถจักรยานยนต์โดยมี น.ส.ปริศนา ซ้อนท้าย ที่ย่าน ถ.พระราม 9 โดยตำรวจยังคงเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะอยู่ ใน กทม. หรือจังหวัดใกล้เคียง
ขณะที่การตรวจสอบบัญชีการเงินพบว่า ในวันที่ 19 ม.ค.2559 ซึ่งเป็นวันแรกที่นายเดวิด เดินทางเข้าไทย พบว่า บัญชีเงินฝากนายอาร์ตูร์มีเพียง 656 บาท หลังนายเดวิดหายตัวไป พบว่าวันที่ 22 มกราคม มีเงินโอนผ่านอินเตอร์เน็ตแบ็งกิ้งเข้าบัญชีนายอาร์ตูร์ 244,940 ก่อนจะมีการทะยอยถอนออกผ่านตู้เอทีเอ็ม เหลือเงินในบัญชี 359 บาท วันที่ 25 มกราคม มีเงินโอนเข้าบัญชีอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 หมื่น และ 1 แสนบาท วันเดียวกันมีการถอนออกไป 2 ครั้งรวม 3 แสนกว่าบาท วันที่ 26 และ 27 มีการโอนเข้ามาอีก 2 ครั้งครั้งละ 1 แสนบาท มีการทะยอนถอนออกไปจนเหลือเงินในบัญชี 2 พันกว่าบาท เมื่อวันที่ 1 ก.พ. วันที่ 3 มีเงินโอนเข้ามาอีก 1 แสนบาท ก่อนจะมีการทะยอยถอนเงินออกไปในวันเดียวกันหลายครั้งจนเหลือเงินอยู่ในบัญชีเพียง 2,187 บาท
ที่มา http://www.komchadluek.net