วันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวบุษฬาพอน ต่างใจ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางสาวระรินทิพย์ เพ็ชรเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดน่าน และเจ้าหน้าที่ศูนย์ oscc พร้อมด้วยนายมังกร ดีปินตา นายก อบต.น้ำเกี๋ยน กำนันตำบลน้ำเกี๋ยน เจ้าหน้าที่ รพสต.น้ำเกี๋ยน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน อสม.น้ำเกี๋ยน ร่วมกันประชุมหารือ เพื่อช่วยเหลือน้องต้นบุญ หรือ ด.ญ.จิรัชญา ดีกันลา อายุ 3 ขวบ ซึ่งตั้งแต่เกิดมา ร่างกายมีหลอดลมกับหลอดอาหารเป็นอันเดียวกัน ทำให้น้องต้นบุญไม่สามารถรับประทานอาหารตามปกติได้ ต้องต่อสายยางรับประทานผ่านทางช่องท้อง และพัฒนาการเท่ากับเด็กเล็กอายุ 8-9 เดือน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวต้องนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ จนเงินเก็บสะสมกว่า 2 แสนบาท หมดไปกับค่าเดินทาง ค่านมค่าอาหารหลอด และของใช้เพื่อรักษาน้องต้นบุญ

นางศิริพร ดีกันลา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 2 ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเวียง จ.น่าน ซึ่งเป็นแม่ของน้องต้นบุญ เล่าทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวก่อนหน้านี้ ยังทำงานได้ทั้งคู่ มีรายได้พอดูแลครอบครัว แต่เมื่อน้องต้นบุญเกิดและมีอาการป่วย ครอบครัวพยายามหาทางรักษาอย่างดีที่สุด ด้วยความหวังว่าน้องจะหายและเป็นปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ โดยตนเองต้องออกจากงาน เพื่อมาดูแลน้องต้นบุญ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นายเยื้อน ดีกันลา อายุ 49 ปี พ่อของน้องต้นบุญ และเป็นเสาหลักของครอบครัว ประสบอุบัติเหตุรถชน จนต้องผ่าตัดสมอง ทำให้มีปัญหาด้านระบบเส้นประสาท ทำงานหนักไม่ได้

ครอบครัวจึงขาดรายได้ ใช้เงินเก็บสะสมทั้งหมดกว่า 2 แสนบาท รักษาน้องต้นบุญ และพยายามหารายได้เสริมทุกทาง โดยช่วยกันปลูกผักและเพาะเห็ดฟางภายในบ้าน เพื่อไว้ประกอบอาหารและเหลือพอไปขาย นอกจากนี้ก็ยังทำขนม โดยในช่วงตี 2-3 ซึ่งน้องต้นบุญหลับ จะพากันออกไปขายขนมที่ตลาด เพื่อเป็นรายได้ โดยล่าสุด วันที่ 7 ก.ค.59 นี้ จะต้องพาน้องต้นบุญไปพบคุณหมอตามที่นัดไว้ ซึ่งคิดกันไว้ว่าจะขอไปอาศัยนอนที่วัดมหาราช เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เก็บเงินไว้ซื้อนมให้ลูก ซึ่งมีความหวังเต็มหัวใจว่า น้องต้นบุญจะหายเป็นปกติ แม้จะต้องใช้เงิน ใช้เวลาฟื้นฟูพัฒนาการก็ตาม
จากการสอบถาม ทำให้ทราบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้องพาน้องต้นบุญไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช ทุกเดือน เนื่องจากโรงพยาบาลน่าน ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง โดยใช้รถส่วนตัวบ้าง อาศัยเพื่อนบ้านไปส่งบ้าง จ้างรถไปบ้าง ไม่สามารถไปรถโดยสารได้ เนื่องจากมีอุปกรณ์จำเป็นที่ต้องใช้ดูแลน้องต้นบุญจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องดูดน้ำลายดูดเสมหะ ที่ทาง รพสต.น้ำเกี๋ยน ประสานขอยืมมาจาก รพ.น่าน และไปหาเช่าที่พักเพื่อดูแลลูก ทำให้เงินหมดไปกับค่าเดินทาง ค่าที่พัก
ที่สำคัญคือค่านมอาหารหลอด ซึ่งน้องต้นบุญต้องกินอาหารหลอดทางสายยาง ทุกๆ 4 ชั่วโมง วันละ 5 ครั้ง โดยนมอาหารหลอดมีราคาแพง รวมไปถึงของใช้จำเป็นอื่นๆ ซึ่งนายเยื้อน และ นางศิริพร ต้องดิ้นรนหาเงิน เพื่อมารักษาน้องต้นบุญ จำเป็นต้องกู้ยืมเงินในหลายทาง ทั้งในระบบและนอกระบบ ทำให้มีหนี้สินรวมกว่า 9 แสนบาท โดยทางชุมชนได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เท่าที่จะทำได้ ซึ่งนอกจากจะต้องรักษาน้องต้นบุญแล้ว ยังต้องดูแลพ่อ อายุ 82 ปี และ พี่สาว อายุ 52 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรครูมาตอยด์อีกด้วย

นางสาวบุษฬาพอน ต่างใจ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดน่าน กล่าวว่า หลังจากที่ร่วมระดมประสานทุกหน่วยงานทั้งระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ ร่วมกันหาทางช่วยเหลือ ขณะนี้มีแนวทางช่วยเหลือครอบครัว ดีกันลา โดยทางบ้านพักเด็กฯ จ.น่าน จะประสานไปยังสถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ จ.เชียงใหม่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ที่พักชั่วคราวให้กับนางศิริพร ในช่วงที่ต้องพาน้องต้นบุญไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช และทางศูนย์บริการคนพิการจังหวัดน่าน ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์เพื่อให้เป็นทุนประกอบอาชีพ โดยประสานกับทาง นายก อบต.น้ำเกี๋ยน เพื่อหาอาชีพสร้างรายได้โดยไม่กระทบกับการดูแลน้องต้นบุญ
ซึ่งเบื้องต้นอาจเป็นการทำขนมส่งขายซึ่งนางศิริพร มีทักษะอยู่แล้ว นอกจากนี้จะประสานมูลนิธิ พอสว. ในการขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือค่าเดินทาง อย่างไรก็ตามหากผู้มีจิตเมตตา ต้องการช่วยเหลือน้องต้นบุญ สามารถติดต่อบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น ลำสี กระดาษชำระ ผ้าอ้อมแพมเพิร์ส และโดยเฉพาะนมอาหารหลอด หรือจะบริจาคเป็นเงินปัจจัยได้ที่ ธนาคารออมสิน บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก เพื่อ เด็กหญิงจิรัชญา ดีกันลา เลขที่บัญชี 020172015636
ที่มา http://www.khaosod.co.th