เรียนพี่น้องประชาชนและสมาชิกทุกท่าน จากคดียักยอกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ที่มีมูลค่า 30 ล้านบาท ที่มีการหุ้นกันระหว่างเพื่อนรัก 3 คน คดีนี้มีข้อมูลพยานหลักฐานจำนวนมาก ที่เชื่อได้ว่า มีการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จริง
จากการที่ผู้เสียหายทั้ง 2 รายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2559 ที่ผ่านมา คดีมีการสอบสวนคืบหน้าไปมาก ประมาณ 80% และคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมว่า คดีนี้มีก้อนหินก้อนใหญ่ขวางอยู่ อยากให้ใครก็ได้ ช่วยเอาก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางอยู่ออกให้หน่อย เนื่องด้วยพนักงานสอบสวนมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบถึง 3 ครั้ง แต่ผู้ต้องหาไม่เคยมาพบแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งตามกฎหมาย การขัดหมายเรียกของผู้ต้องหาเพียงแค่ 2 ครั้ง ก็ถูกออกหมายจับแล้ว แต่ครั้งนี้ พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 3 ครั้ง แต่กลับออกหมายจับไม่ได้ ใครคือผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง ? ที่ไม่ให้คดีนี้เดินหน้า และไม่ให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหา
ตามข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำเป็นขบวนการ และน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352
ส่วนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ยักยอกเงินลอตเตอรี่รางวัลที่1 ในรูปแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจทำให้การสอบสวนต้องใช้เวลา ฝั่งกองบังคับการปราบปรามจะนำหลักฐานที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไปขอตรวจสอบลายเซ็นด้านหลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานตรวจสอบ
โปรดติดตามคดีนี้แบบอย่ากะพริบตาครับ รับรองว่า จะเจอคนที่วางแผนโกงลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ในครั้งนี้ ที่มีมูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ในคดีนี้ มี 1 คู่ แต่มีการอ้างเจ้าของโควตาลอตเตอรี่ 2 ราย ต้องมีคนโกหก 1 คน
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขอเปิดเผยเส้นทางขบวนการยักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 2559 หมายเลข 066720 จำนวน 5 คู่ ที่เป็นเลขชุด จากแผนผังในภาพ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ที่มีการร่วมกันยักยอกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 โดยทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ที่เกิดจากความโลภ แต่ทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้มาก โดยมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก
ติดตามความคืบหน้าคดีนี้กันให้ดีครับ จะมีคนไม่ได้ใช้เงินและติดคุกจำนวนมาก เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ที่สามารถเอาผิดทั้งขบวนการได้
จึงแจ้งมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
คดีโกงสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 หากพิจารณาจากลำดับเหตุการณ์ หลักฐานสำคัญ คือ สลากกินแบ่งที่ปรากฎชื่อของผู้เสียหายอยู่ด้านหลัง คือ นางเรวดี หาแก้ว ซึ่งได้เขียนชื่อและฝากไว้กับผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็น 1 ใน 3 ของหุ้นส่วน
หลังรู้ว่าเลขที่หุ้นกันซื้อตรงกับรางวัลที่ 1 ของงวดนั้น และได้ทวงถามกับหุ้นส่วนที่เก็บสลากกินแบ่งไว้ หุ่นส่วนคนนี้ก็คือ ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธว่า เลขที่หุ้นกันซื้อไม่ตรงกับรางวัลที่ 1 ของงวดวันที่ 1 เม.ย. 2559 คือ “066720”
จากนั้นนางเรวดี และนางวิไลพร รัตนะติสร้อย หุ้นส่วนและผู้เสียหายอีกคนหนึ่งที่เผชิญอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ก็ได้เข้าแจ้งความข้อหายักยอกสลากกินแบ่งฯ รางวัลที่ 1 ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะจ้างทนายความต่อสู้คดี และปรากฏข้อมูลว่า ได้ใช้คนรู้จักนำสลากกินแบ่งฯ ไปแลกเงินรางวัลกับสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ครั้งละ 1 คู่
มาถึงจุดนี้ มีคำถามสำคัญว่า คนที่ไม่ได้ปรากฏชื่ออยู่ด้านหลังสลากฯ สามารถนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปแลกรางวัลได้หรือไม่ และผู้ที่มีชื่อปรากฏจะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่
นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้ความชัดเจนเรื่องนี้ว่า ระบบการรับแลกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่ง จะตรวจสอบความถูกต้องของสลากกินแบ่งฯ ที่นำมาขึ้นรางวัลให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบเป็นหลัก โดยไม่สนใจชื่อที่เขียนไว้ด้านหลัง เพราะในทางปฏิบัติก็มีร้านค้ารับซื้อรางวัลจากเจ้าของสลากฯ นำสลากกินแบ่งฯ มาแลกเงินกับสำนักงานสลากฯ เป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า สำนักงานสลากฯ ไม่สามารถเยียวยาผู้เสียหายกรณีนี้ได้เนื่องจากไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ
รูปแบบการหุ้นกันซื้อและยักยอกสลากกินแบ่งลักษณะนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อน จากนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และฝากไปยังบรรดานักเสี่ยงโชคให้ระมัดระวังตัวเองไม่ให้ถูกฉ้อโกง อย่างไรก็ตามสำนักงานสลากฯ พร้อมร่วมมือ สนับสนุนหลักฐานเพื่อช่วยตำรวจในการคลี่คลายคดี
ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
ที่มา http://www.topicza.com