เปิบเมนูมรณะ ‘คางคกปิ้ง’ สังเวย 2 ศพ หามส่ง รพ.อีก 3 แพทย์เตือนพิษอันตราย-ทนความร้อน แม้รู้วิธีทำไม่ให้มีพิษ ก็ไม่ควรกิน
ชาวบ้าน จ.น่าน จับคางคกถลกหนังปิ้งแกล้มเหล้า ไม่ถึงชั่วโมง แน่นท้อง อาเจียนหมดสติ หามส่ง รพ. 5 ราย ตาย 2สาธารณสุขเตือน เมนูคางคกมีพิษอันตราย แม้ปรุงสุกก็ไม่ปลอดภัย เพราะความร้อนทำลายพิษไม่ได้
วันนี้ (29 ส.ค. 59) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอทุ่งช้าง ลงพื้นที่หมู่บ้านประดู่ ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน หลังมีชาวบ้านนำคางคกมาปิ้งกินเนื้อและไข่แล้วเกิดอาการมึน ศีรษะ จุกแน่นท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว หายใจลำบาก หมดสติ และถูกนำตัวส่ง รพ.ทุ่งช้าง ก่อนเสียชีวิต 2 ราย และป่วยจากพิษคางคกอีก 3 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเก็บชิ้นเนื้อคางคกที่เหลือในเตาปิ้งภายในบ้านพัก พร้อมซากคางคกที่ถูกชำแหละไปตรวจสอบ
นางยอด เสียงกอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านประดู่ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสิงห์ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี จับคางคกตัวใหญ่ได้ขณะเกิดฝนตก จึงทำเมนูคางคกปิ้งเป็นกับแกล้มรับประทานร่วมกับสุรา โดยจับคางคกถลกหนังปิ้งไฟจนสุก ทั้งเนื้อเครื่องในและไข่ที่อยู่เต็มท้อง ซ้ำยังชักชวนนายแสง (นามสมมติ) เพื่อนบ้านวัยเดียวกัน รวมทั้งนายแดง (นามสมมติ) อายุ 45 ปี อีกราย มาร่วมวงรับประทานเมนูเปิบพิสดาร
แต่ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง นายสิงห์กลับมีอาการแน่นท้อง อาเจียน หายใจลำบาก หมดสติ ก่อนจะเสียชีวิตทันทีที่บ้านพัก ขณะที่นายแสงมีอาการรุนแรงเช่นเดียวกัน ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นายแดงมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องตลอดทั้งคืน จนรุ่งเช้าจึงไปหาหมอ สอบสวนทราบว่าตอนที่นายสิงห์ชักชวนให้กิน เห็นมีเนื้อคางคกปิ้งเหลืออยู่ในจานครึ่งตัว และมีไข่คางคกอยู่ในท้องด้วย จึงดึงเนื้อส่วนข้างตัวคางคกไปชิมและไข่คางคกเพียงปลายนิ้วก้อย จากนั้นก็ดื่มสุราตามไป 1 แก้ว ก่อนจะขอตัวกลับ พอตกดึกก็ปวดท้องมากแต่ยังทนได้ พอเช้าจึงมาหาหมอ
นอกจากนี้ยังมีหลานชาย-หญิง อายุ 6-7 ขวบ ของนายสิงห์ ได้นำเนื้อไก่ไปปิ้งบนตะแกรงที่ใช้ปิ้งคางคก แล้วนำมารับประทานกับข้าวเหนียว ก็เกิดมีอาการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งญาติได้ช่วยกันนำส่งรักษาที่ รพ.ทุ่งช้าง มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับถ่ายเหลว โดยรวมแล้วมีผู้ป่วยจากพิษคางคกจำนวน 5 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย ส่วนผู้ป่วยที่เหลืออาการปลอดภัย ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว
นพ.นิพนธ์ พัฒนกิจเรือง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สารพิษที่พบในคางคกคือ บูฟากิน บูโฟท็อกซิน และบูโฟเทนนิน สามารถพบในผิวหนัง เลือด เครื่องใน และไข่ ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจนเสียชีวิตได้ทันที ซึ่งความร้อนไม่สามารถทำลายพิษได้ จึงขอเตือนประชาชนและ ผู้ชื่นชอบรับประทานอาหารเมนูแปลก ห้ามนำคางคกหรือไข่คางคกมาบริโภคเด็ดขาด ทั้งนี้ หากประชาชนเกิดพิษจากการกินคางคก หรือไข่คางคก ควรรีบทำให้อาเจียนโดยเร็วที่สุด และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
ทั้งนี้ ลักษณะพิษของคางคก จะเป็นเมือกสีขาว ชาวบ้านเรียกว่า ยางคางคก โดยแต่ละตัวจะมีต่อมเก็บและขับสารพิษอยู่บริเวณเหนือตา 1 คู่ เรียกว่า “ต่อมพาโรติด” นอกจากนี้ อวัยวะส่วนอื่นๆ ที่มีพิษ คือ ผิวหนัง เลือด เครื่องใน และไข่ของคางคก ซึ่งส่งผลอันตรายต่อมนุษย์ ทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ หากถูกพิษคางคกจะมีอาการประสาทหลอน จากการเลียและสัมผัสพิษ แต่หากกินคางคกเข้าไปทั้งตัวจะทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
ที่มา http://www.topicza.com