พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (ขับขี่วันก่อเหตุ) กระเป๋าผ้า จำนวน 1 ใบ ที่นางพิกุลแก้วใช้สะพายใส่คีมตัดกุญแจมาในวันที่ก่อเหตุ เงินเหรียญ จำนวน 303 บาท เป็นเงินที่เหลือจากการก่อเหตุลักทรัพย์ รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน ฎข 6452 กรุงเทพมหานคร บริเวณบ้านเลขที่ 43/31 ม.5 ซ.พรหมประธาน ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 ส.ค.59 เวลาประมาณ 14.00 น. โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป”
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีมีคนร้าย 2 คนชายหญิง ร่วมกันก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์เงินสดในตู้บริจาค ภายในวัดอินทราวาส หรือวัดประดู่ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ จากการสืบสวนปรากฏพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดว่า คนร้ายได้ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน ฎข 6452 กรุงเทพมหานคร เข้ามาดูลาดเลาภายในวัดดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ส.ค.59 จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นของนายจิรสิน และนางพิกุลแก้ว โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านเลขที่ 43/31 ม.5 ซ.พรหมประธาน ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวนดำเนินการขออนุญาตศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องหาทั้งสองบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหา บ้านเลขที่ 43/31 จึงเข้าสอบถาม ซึ่งทั้งสองรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดในตู้บริจาคในวัดอินทราวาส โดยตระเวนลักทรัพย์ตามวัดพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.นครปฐม โดยใช้รถยนต์ไปตามวัดต่างๆ
จากการสอบสวนนายจิรสิน รับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. เวลาประมาณ 06.00 น. ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ทะเบียน ฎข 6452กรุงเทพ เข้ามาดูลาดเลาภายในวัดดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ส.ค. จริง จากนั้นก็นั่งรถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ นายจิรสินเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ภรรยาเป็นคนซ้อนทำทีเป็นอุ้มลูกเพื่อไม่ให้ใครสงสัย เลือกเวลาขณะพระบิณฑบาต เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่มีคนอยู่ในวัดค่อนข้างน้อย แล้วใช้คีมงัดตู้บริจาคงัดใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยได้เงินสดไปประมาณ 4,000 บาท โดยขอพระประธานว่าลูกจะขอเงินไปใช้ ครั้งหนึ่งได้ประมาณ 4,000-5,000 บาท บางทีก็ได้ บางทีก็ไม่ได้ สาเหตุคือไม่มีเงินใช้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่สืบสวนขยายผลทราบว่า คนร้ายทั้งสองเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต จับกุมดำเนินคดีเมื่อประมาณปี 2557 โดยเข้าไปลักทรัพย์เงินสดในตู้บริจาค วัดเบญจมบพิตร และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2558 หลักจากพ้นโทษมาก็ตระเวนก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก โดยตระเวนไปตามวัดต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นปริมณฑล โดยก่อเหตุมาแล้วทั้งหมดประมาณ 34 วัด หลังจากได้เงินมาก็นำเงินไปใช้เที่ยวเตร่ เล่นการพนันมวย และใช้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังมีหมายจับของ สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม อีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองตามหมายจับศาลตลิ่งชัน พร้อมทั้งยึดของกลางรายละเอียดตามที่ปรากฏข้างต้น จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา http://www.khaosod.co.th