พ่อแม่โวย ร.ร.ปล่อยชายแปลกหน้ารับลูกสาวไปข่มขืน ข้องใจว่าเหตุใดโรงเรียนจึงปล่อยให้นักเรียนไปกับคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่พ่อแม่ และตนกลัวว่าคดีนี้จะมีการวิ่งเต้นช่วยเหลือกัน จึงไปร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือด้านคดีต่อไป
นายภูมิ อายุ 38 ปี กับนางอ้อม อายุ 40 ปี สามีภรรยาได้นำลูกสาวคือ น้องเอ (นามสมมุติ) วัย 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังลูกสาวถูกคนร้ายรับไปจากโรงเรียนแล้วกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ แต่หลังเกิดเหตุครูอาจารย์ไม่ให้ความร่วมมือ ไร้การเหลียวแล
พ่อน้องเอเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา น้องเอได้ไปโรงเรียนตามปกติในเวลา 07.30 น. กระทั่งเวลา08.00 น. หลังจากเคารพธงชาติเสร็จก็เข้าห้องเรียนตามปกติ ขณะนั้นได้มีชายแปลกหน้าเป็นวัยรุ่นขับจักรยานยนต์มาจอดหน้าโรงเรียนแล้วแจ้งครูว่าจะขอรับเด็กหญิงเอ พร้อมอ้างว่าผู้ปกครองให้มารับและจะมาส่งคืน หลังจากนั้นเวลาเกือบ 10.00 น. ชายวัยรุ่นนำน้องเอมาส่งที่หน้าโรงเรียน สภาพเนื้อตัวมอมแมม กระทั่งครูประจำชั้นได้โทรศัพท์มาหาผู้ปกครอง ตนเองจึงได้เดินทางไปที่โรงเรียนและปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมารับลูกแต่อย่างใด พร้อมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งครูประจำชั้นจำได้ว่า ชายคนก่อเหตุเคยเป็นอดีตนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และเรียนจบไปจนมีครอบครัวแล้ว ตนจึงแจ้งไปทาง สภ.หนองเสือ ก่อนไปจับกุมตัวชายที่มารับตัวลูกสาวไปได้ที่บ้านพัก ทราบชื่อ นายสมชาย เสียงเอก อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ที่ 3 ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เหล็กแหลมมีด้ามจับยาว 10 ฟุต 1 อัน
เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเกิดอารมณ์จึงมารับเด็กนักเรียนที่ไม่รู้จักกันพาไปข่มขืนในซอยเปลี่ยว บริเวณถนนเลียบคลองสิบสี่ ห่างจากโรงเรียนกว่า 10 กม. หลังข่มขืนเสร็จได้ขู่เด็กว่าหากนำเรื่องไปบอกครูหรือพ่อแม่จะฆ่าให้ตาย จนเด็กกลัวจึงได้โทรศัพท์แจ้งพ่อแม่ให้มารับกลับบ้าน และจะไม่ขอเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกต่อไป
ตั้งแต่เกิดเหตุมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีครูอาจารย์คนใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่มาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งความผิดครั้งนี้ถือเป็นการปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดเหตุร้ายขึ้น ขณะนี้ลูกสาวตนเองต้องหยุดเรียนไปอย่างไม่มีกำหนดและเป็นช่วงใกล้สอบ จึงอยากจะฝากเตือนผู้ปกครองให้ระมัดระวัง และขอให้โรงเรียนประสานกับผู้ปกครองทุกครั้งก่อนที่จะให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง
ด้านนางปวีณา ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องอุกอาจมาก เพราะคนร้ายไปรับเด็กถึงโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องถือเป็นสิ่งที่ต้องพึงสังวรเอาไว้ การจะให้เด็กไปกับใครจะต้องขออนุญาตและได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร มีการลงบันทึกว่าหากผู้ปกครองไม่ได้ไปรับจะมีใครเป็นผู้ไปรับแทน ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้ผู้ปกครองเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเพื่อให้ข้อมูลในการพิจารณาโทษครูที่บกพร่อง
ส่วนทางด้านคดี ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์จากแพทย์ซึ่งจะทราบภายใน 1 เดือน ส่วนผู้ต้องหาฝากขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรี และได้คัดค้านการประตัว พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาในคดีนี้ มีคดีข่มขืน คดีพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครอง และข่มขู่จะทำร้ายด้วยอาวุธ เมื่อพยานหลักฐานครบก็จะส่งฟ้องต่อไป
ที่มา http://www.topicza.com