หนึ่งในคดีฆาตกรรมที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่ชาวมาเลเซียมากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นคดีฆาตกรรมแคนนี่อองเลเคียนที่ถูกฆาตกรใจเหี้ยมอย่างนายอาหมัดนาจิบบินอาริสลักพาตัวไปข่มขืนและใช้มีด แทงจนเสียชีวิตก่อนจะทำลายศพด้วยการราดน้ำมันและจุดไฟเผา
20 นาทีผ่านไปน้องสาวของเธอก็เริ่มสงสัยว่าพี่สาวไม่น่าไปนานขนาดนั้นเธอจึงโทรหา แต่กลับติดต่อไม่ได้ทำให้น้องสาวกับแม่เริ่มสังหรณ์ใจและตามหาแคนนี่และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดก็ เกิดขึ้นแคนนี่กับรถของเธอได้หายไปทั้งคู่รีบกลับในร้านอาหารและบอกว่าแคนนี่ได้หายไปเมื่อทุกคนรู้ก็ตกใจและพยายามโทรหาเธอ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม
แม่ของแคนนี่นึกได้ว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ที่ลานจอดรถเธอจึงไปขอดูวิดีโอที่บันทึกไว้ซึ่งวิดีโอที่เห็นนั้นรถของแคนนี่ขับออกจากที่จอดอย่างรวดเร็วถึงขนาดชนกับที่กั้นด้วยและที่สำคัญที่ แคนนี่ไม่ได้เป็นคนขับ
หลังจากนั้นแม่ของเธอก็รีบไปแจ้งตำรวจทันทีและตำรวจก็ตั้งทีมค้นหาหญิงสาวที่หายตัวไปด้านแบรนด้อนสามีของเธอที่อยู่สหรัฐฯเมื่อรู้ข่าวก็กระวนกระวายใจอย่างหนักซึ่งเขาก็ทำได้ แต่เพียงภาวนาให้ไม่ เกิดเรื่องร้ายกับภรรยาของเขา
ผ่านไปกว่า 72 ชั่วโมงก็ยังไม่มีเบาะแสที่จะพบตัวแคนนี่ครอบครัวของแคนนี่จึงอาศัยสื่อเพื่อตามหาจนในที่สุดตำรวจก็ได้พบรถของแคนนี่ที่ดูจากสภาพแล้วน่าจะเกิดเรื่องร้ายกับแคนนี่เพราะยาง หน้าของรถแตกและพบคราบเลือดที่เบาะรถ
4 วันหลังจากการหายไปของแคนนี่คนงานก่อสร้างคนหนึ่งได้เห็นบางสิ่งอยู่ในท่อระบายน้ำใกล้กับรถของแคนนี่ที่จอดอยู่โดยในท่อระบายน้ำนั้นมีล้อรถยนต์สองล้อและศพของคนที่ถูกเผา จนไหม้เกรียมและเมื่อศพถูกชันสูตรผลการตรวจฟันและดีเอ็นเอก็พบว่าคือศพของแคนนี่ออง
ทีมสืบสวนของตำรวจได้สันนิษฐานว่าฆาตกรมีความเชี่ยวชาญพอสมควรเพราะหาหลักฐานกับเบาะแสได้น้อยมากและจนถึงตอนนี้เขาก็ยังลอยนวลอยู่จนในที่สุดตำรวจคนหนึ่งก็ได้ให้เบาะแสแรกที่เป็นประโยชน์ที่สุดเขาเล่าว่าในคืนวัน เกิดเหตุที่แคนนี่หายไปนั้นเขาเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ในที่เปลี่ยวและเมื่อไปตรวจสอบก็พบผู้ชายกับผู้หญิงนั่งในรถก่อนจะขอดูบัตรประชาชนและพบว่าผู้ชายมีชื่อวว่าอาหมัดนาจิบบิน นาริส แต่ยังไม่ได้ซักถามอะไรผู้ชายก็ขับรถหนีไปซึ่งเขาก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป แต่ก็ไล่ไม่ทัน
เมื่อได้เบาะแสและบัตรประชาชนตำรวจก็ยิ่งเชื่อว่าฆาตกรรายนี้ต้องก่อคดีมาหลายครั้งและเป็นมืออาชีพเพราะที่อยู่ในบัตรนั้นเป็นที่อยู่ปลอม แต่พวกเขาก็ใช้วิธีตามหาคนร้ายจากชื่อจนพบว่าเขามี อาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดในเครื่องบินก่อนที่สุดท้ายตำรวจจะสืบสวนจนพบที่อยู่จริงและตามจับกุมนายอาหมัดได้ที่บ้านพัก
ในการสอบสวนเขายอมรับสารภาพทุกข้อ กล่าวหาและพูดเหตุการณ์นั้นว่าเขาเห็นแคนนี่อยู่ที่รถเขาก็วิ่งไปผลักเธอเข้าไปในรถและรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็วก่อนใช้มีดจี้ขู่ว่าจะฆ่าเธอหากคิด หนีแล้วเขาก็ขับรถไปจอด ในที่เปลี่ยวและข่มขืนเธอ 2 ครั้งและใช้มีดแทงท้องเธอ 2 ครั้งจนเลือดไหลนองเขาลาก เธอออกจากรถและทิ้งไว้ข้างถนนและในขณะทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงละหมาด จากเนชั่มีสยิดที่ขณะนี้ในห้างหุ้นส่วนจำกัดบริเวณนั้นแล้วแคนนี่ก็มองหน้า: ภาพประกอบคุณอาหมัดและนี่เพื่อดูรูปภาพว่าได้
ที่คุณคุณกลับร้านบ้านไปละหมาดเถอะและปล่อยฉันขณะนี้ตรงนี้ฉันใหม่อยากฟังเสียงสวดมนต์แล้วคุณอาหมัดก็จับมือแคนนี่มาวางที่ หน้าอกก่อนเดินจากไปปล่อยให้ผู้หญิง ที่เขาข่มขืนและใช้มีดแทงนั้นนอนจมกองเลือดเสียชีวิต
ผ่านไปอยู่หลายชั่วโมงอาหมัดกลับมาหาแคนนี่ที่นอนไร้วิญญาณอยู่ซึ่งเขาได้เตรียมถังน้ำมันกับไฟแช๊กมาด้วยเขาใช้ผ้ามัดมือของของเธอและดันศพลงในท่อน้ำและราดน้ำมันก่อนจุดไฟเผา แล้วก็เดินจากไป
ต่อมาในการพิพากษาในชั้นศาลทนายความของอาหมัดร้องต่อศาลว่าภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันไม่ได้ว่าใครคือคนก่อเหตุเพราะภาพเบลอมากแม้จะซูมเข้าไปใกล้ ๆ ก็ยังเห็นไม่ชัด แต่คำกล่าวของทนาย นี้ก็ไม่มีผลพอให้อาหมัดพ้นผิดเพราะผ้าที่มัดมือแคนนี่นั้นคือผ้าชนิดเดียวกับที่ บริษัท ทำความสะอาดที่อาหมัดทำงานและพบคราบอสุจิในร่างของแคนนี่ด้วย
หมดคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะหลักฐานที่มัดตัวขนาดนี้ศาลจึงพิพากษาตัดสินให้นายอาหมัดนาจิบบินนาริสถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอจบคดีที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่ครอบครัวของแคนนี่และเป็นหนึ่งในคดี ความสะเทือนใจให้แก่ชาวมาเลเซียมากที่สุด
ที่มา https://www.yaklai.com