เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 พ.ย. น.ส.สุชาดา ศิริรัตน์ อายุ 52 ปี ทนายความสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย และ นางณัฐธยาน์ พลหาญ ทองลงยา ประธานกรรมการ มูลนิธิ อนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง ผู้ประสานงาน สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย เข้าพบ พ.ต.ท.สมดี บุตรวงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นายสมเกียรติ แผ่นทอง และนายไพฑูลย์ สวัสดี พร้อมพวก กลุ่มคนงาน 5 คน ในหมู่บ้านโนนกระโดน หมู่ที่ 4 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง ว่าเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กลุ่มคนดังกล่าวได้ร่วมกันรุมจับสุนัขเพศผู้ ชื่อปุย อายุ 2 ปี ฆ่า ชำแหลเอาเนื้อมาย่างกิน ส่วนหนัง กะโหลก และเครื่องในโยนทิ้งลอยน้ำอยู่ในลำรางสาธารณะหลังบ้านพัก
พ.ต.ท.สมดี บุตรวงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.กลางดง ได้รับแจ้งความพร้อมลงบันทึกประจำวันตามความประสงค์ พร้อมแจ้งว่า เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) นายสุชล ด้วงเมือง อายุ 46 ปี เข้าแจ้งความว่า ได้มารับจ้างทำงานก่อสร้างโรงแรม และพักอยู่ที่แคมป์พักคนงาน เมื่อวันที่ 10 พ.ย. หลังเลิกงานกลับถึงห้องพักไม่พบสุนัขเพศผู้ สีขาว ที่ซื้อมาเลี้ยงไว้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในราคา 15,000 บาท จึงสอบถามเพื่อคนงานและชาวบ้านที่อยู่ใกล้แคมป์พักคนงานทราบว่า นายสมเกียรติ แผ่นทอง และ นายไพฑูรย์ สวัสดี ได้ร่วมกันรุมตีจนตายแล้วเอาเนื้อมาย่างกินแกล้มเหล้า และได้ไปตรวจดูยังพบพบซากหนังสุนัขอยู่ริมลำรางสาธารณะจึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้เป็นหลักฐาน นายสมเกียรติ รับว่าเป็นคนฆ่าสุนัขจริง ครั้งแรกยินยอมจะชดใช้ค่าเสียหาย แต่บิดพลิ้วจึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์
ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกันนายสมเกียรติ แผ่นทอง อายุ 48 ปี และ นายไพฑูรย์ สวัสดี อายุ 31 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.สมดี บุตรวงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.กลางดง พร้อมให้การรับสารภาพ ว่าได้ก่อเหตุร่วมกันฆ่าสุนัข ที่บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 4 บ้านโนนกระโดน ต.พญาเย็น จริง
โดยไพฑูรย์ ให้การว่า สุนัข ได้มาไล่กัดไก่ในบ้านพัก ด้วยความโมโห จึงช่วยกันรุมตี อีกทั้งกำลังนั่งดื่มเหล้าจึงนำเนื้อมาชำแหละย่างกินแก้มเหล้ากัน และครั้งแรกมีการเจรจาค่าเสียหายแต่ตกลงกันไม่ได้
นส.สุชาดา ศิริรัตน์ ทนายความ และ นางณัฐธยาน์ พลหาญ ทองลงยา ผู้ประสานงาน สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย กล่าวว่าที่เข้าพบพนักงานสอบสวน ว่าต้องการให้สอบสวนเอาผู้ร่วมกระทำผิดทั้ง 5 คน มาลงโทษ ผู้ก่อเหตุไม่ใช่มีเพียง 2 คน ตามที่เข้ามอบตัว และต้องการให้พำนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากข้อหาทำให้เสียทรัพย์ คือ ตาม พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พศ.2557 มาตรา 20 และ 31 ห้ามมิให้ผู้ใด กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ มีโทษระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา https://www.khaosod.co.th