เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมราชทัณฑ์ได้ร่วมกันดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขัง 2 รายได้ คือ ข.ช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด และข.ช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ หลังจากก่อเหตุหลบหนีโดยกระโดดกำแพงเรือนจำกลางเพชรบุรี เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย จะถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า ทางกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการย้ายผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังรายอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จากที่ผ่านมา สถิติการหลบหนีของผู้ต้องขังในปีงบประมาณ 2561 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. 2560 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำ 3 ราย และจับกุมตัวได้ทั้งหมด
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า เราขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้ต้องขังทราบว่า การที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการเลื่อนชั้น ลดชั้น ลดวันต้องโทษ และพักการลงโทษ อีกทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการแหกหักหลบหนีหรือให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือให้ที่พักอาศัยจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย
ที่มา https://www.khaosod.co.th